“เอสเทลล่า” คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่าย จาก “แอสโฟร์” ผู้ผลิตคริสตัลยักษ์ใหญ่ของโลก  สร้างความมั่นใจผู้บริโภคซื้อโคมไฟได้คริสตัลแท้ 100%

Last updated: Sep 27, 2019  |  4454 จำนวนผู้เข้าชม  |  แวดวงข่าวตลาดและเศรษฐกิจ

“เอสเทลล่า” คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่าย จาก “แอสโฟร์” ผู้ผลิตคริสตัลยักษ์ใหญ่ของโลก   สร้างความมั่นใจผู้บริโภคซื้อโคมไฟได้คริสตัลแท้ 100%

เอสเทลล่า ผู้จำหน่ายโคมไฟระย้าคริสตัลแท้รายใหญ่ในไทย ได้รับการแต่งตั้งจาก แอสโฟร์ ผู้ผลิตคริสตัลแท้รายใหญ่ที่สุดของโลก ให้เป็น Exclusive Dealer ในไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อว่าจะได้รับโคมไฟระย้าที่เป็นคริสตัลแท้ 100% แน่นอน 

นางสาว ภัทรจิตรา พิชญวิศิษฏ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเทลล่า เพรสทิจ จำกัด ผู้จำหน่ายโคมไฟระย้าคริสตัลแท้ 100% แบรนด์เอสเทลล่า (Estella) เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ดำเนินธุรกิจโคมไฟ มานานกว่า 20 ปีแล้ว และในปัจจุบัน เอสเทลล่า เป็นตัวแทนจำหน่ายโคมไฟคริสตัลแท้ชั้นนำหลายแบรนด์จากยุโรป เช่น Euroluce, Copenlamp, Iris Cristal, Novaresi, Pedret และ Castro Lighting นอกจากนี้เอสเทลล่ายังเป็น Exclusive Lighting Partner กับโคมไฟสวารอฟสกี้ (Swarovski) แบรนด์โคมไฟคริสตัลชื่อดังอันดับหนึ่งของโลก และเพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า คริสตัลของบริษัทเป็นคริสตัลแท้ 100% ในปีนี้ จึงได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย (Exclusive Dealer) กับ แบรนด์แอสโฟร์ (Asfour) จากประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตคริสตัลแท้รายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย

“จากการที่เราดำเนินธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน มีโคมไฟแบรนด์ดังๆ จากยุโรปหลายแบรนด์ที่เราเป็นตัวแทนจำหน่าย และยังเป็น Exclusive Lighting Partner ของสวารอฟสกี้ ทำให้เอสเทลล่าได้รับความไว้วางใจจากแอสโฟร์ ผู้ผลิตคริสตัลแท้รายใหญ่ของโลก แต่งตั้งให้เราเป็น Exclusive Dealer ซึ่งจะทำให้แบรนด์เอสเทลล่ามีความแข็งแกร่งมากขึ้น” นางสาวภัทรจิตรา กล่าว  

สำหรับคริสตัลแอสโฟร์ มีจุดเด่นคือการผลิตจากทรายคุณภาพดี ที่มีส่วนผสมของเหล็กอยู่น้อยมาก และใช้ตะกั่วออกไซด์เป็นส่วนผสมมากกว่า 30% ซึ่งมากกว่าคริสตัลแท้ทั่วไปที่ใช้ตะกั่วออกไซด์เป็นส่วนผสมเพียงแค่ 24% ตามมาตรฐานกำหนดความเป็นคริสตัลแท้ ทำให้คริสตัลของแอสโฟร์ ส่องประกายแวววาวมากกว่าจนทำให้เป็นที่รู้จัก และถูกใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมผลิตโคมไฟของยุโรป โดยคริสตัลของแอสโฟร์เกือบทุกเม็ดจะมีสัญลักษณ์รูปนกอินทรีย์ที่ตัวเม็ดคริสตัล ยกเว้นในคริสตัลที่มีขนาดเล็กมาก

เอสเทลล่า ได้เลือกทำเลเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเข้าถึงลูกค้า โดยได้เลือกเปิดโชว์รูมที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) และ ถนนราชพฤกษ์ พื้นที่โชว์โคมไฟรวมกว่า 3,000 ตร.ม. เพราะต้องการให้ลูกค้าได้มาสัมผัสสินค้าตัวจริง โดยบริษัทมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้โคมไฟคริสตัลแท้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีบริการติดตั้งโคมไฟจากช่างที่มีประสบการณ์รับประกันความปลอดภัยจากการติดตั้ง 100% 

ปัจจุบันเอสเทลล่ามีลูกค้าเป็นกลุ่มเจ้าของบ้าน 80% และกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ 20% โดยคาดว่าปี 2562 นี้ ยอดจำหน่ายทั้งปีจะเติบโตขึ้น 30% จากปีที่ผ่านมาเนื่องจากได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าเพิ่มขึ้น จากความร่วมมือทางธุรกิจกับแบรนด์แอสโฟร์ และการเติบโตของตลาดบ้านพักอาศัยระดับบน

“เรามีมุมมองว่า ตลาดบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ ที่ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปจะยังมีอัตราเติบโตเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าในอนาคตตลาดระดับกลาง-บน จะมีการขยายตัวมากขึ้น สำหรับลูกค้าเอสเทลล่าส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีศักยภาพ เป็นผู้มีรสนิยมและซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง” นางสาวภัทรจิตรากล่าวเสริม

ด้าน มร. อับเดลรามัน วาริด แอสโฟร์ กรรมการบริหาร บริษัท แอสโฟร์ คริสตัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตคริสตัลแท้รายใหญ่ของโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอียิปต์ และมีการส่งออกผลิตภัณฑ์คริสตัลไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก กล่าวว่า การแต่งตั้งให้เอสเทลล่าเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย (Exclusive Dealer) จะทำให้แอสโฟร์สามารถขยายตลาดในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นฐานขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังมีการเติบโตไปได้ด้วยเช่นกัน การที่แอสโฟร์ตัดสินใจเลือกเอสเทลล่า เพราะเอสเทลล่าเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงจากการดำเนินธุรกิจในไทยมานาน จำหน่ายแต่ผลิตภัณฑ์คริสตัลแท้ 100% อีกทั้งเอสเทลล่ายังเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทยให้กับ แบรนด์คริสตัลที่มีชื่อเสียง 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถการันตีถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของเอสเทลล่าได้เป็นอย่างดี

“แนวทางการทำตลาดของแอสโฟร์ในปีนี้ จะเน้นทั้งในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายตลาดควบคู่กันไป ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น ได้มีการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ไปเมื่อไตรมาส 1 ที่ผ่านมา และวางแผนที่จะเปิดตัวคอลเลกชันใหม่อีกครั้งภายในไตรมาส 3 ส่วนการขยายตลาดนั้น แอสโฟร์มองไว้ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดได้มีพันธมิตรใหม่เข้ามา คือ เวียดนาม ฝรั่งเศส อาร์เมเนีย และในรัฐยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่แอสโฟร์ให้ความสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ดีมาโดยตลอด การร่วมเป็นพันธมิตรกับเอสเทลล่าในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะทำให้ตลาดในประเทศไทยเติบโตขึ้นได้อีกมาก และยังเป็นช่องทางขยายตลาดของแอสโฟร์ไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อีกด้วย” มร. อับเดลรามัน วาริด แอสโฟร์ กล่าวสรุป  

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com