M.I.S.S.CONSULTเน้นพัฒนาสร้างสุขภาวะผู้บริหาร สร้างสมดุลชีวิตเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Last updated: Sep 21, 2019  |  4094 จำนวนผู้เข้าชม  |  แวดวงข่าวสุขภาพความงาม

M.I.S.S.CONSULTเน้นพัฒนาสร้างสุขภาวะผู้บริหาร สร้างสมดุลชีวิตเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

บริษัท มิส คอนซัลท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ด้วยหลักจิตวิทยาเชิงบวกและประสาทวิทยาศาสตร์ทีพิสูจน์ผลสำเร็จได้ เผยแผนปีหน้าเน้นตลาดพัฒนาศักยภาพบุคคลโดยการสร้างสุขภาวะสำหรับคนทำงาน พร้อมจัดหลักสูตร CBT for working people/ Executive Wellness / Energy management โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้บริหารที่เผชิญกับภาวะความกดดันจากการแข่งขัน ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล


ด้วยเห็นความสำคัญของการสร้างสมดุลชีวิตของผู้ทำงานในปัจจุบัน ที่เป็นยุคแห่งความเครียดและความกดดันต่อการสร้างความสามารถในการสร้างโอกาสในการแข่งขัน ผู้ทำงานต้องทำงานภายใต้การตอบสนองต่อการแข่งขันที่รวดเร็วและกดดัน การเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องบริหารจัดการให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อภาวะความเครียด ความกดดัน กับผู้ทำงานอย่างมีนัยสำคัญที่ชัดเจน

จากข้อมูลจากบริษัทชั้นนำในระดับโลกด้านการทำวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ชี้ให้เห็นว่าการทำงานในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเทคโนโลยีที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกันด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น เกิดสินค้าและบริการใหม่ๆที่เข้ามา Disrupt ธุรกิจและการทำงานในปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรต้องรีบปรับตัว

ตั้งแต่การสรรหาและพัฒนาพนักงานดาวเด่นที่ตลาดแรงงานมีแนวโน้มจะเป็น Gig Economy, ปรับกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวแบบ Agile พร้อมปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ความต้องการ, เปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาและสากล ทีมงานและองค์กรต้องปรับตัวให้ตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรที่ควรมีลักษณะเชิงกว้าง การทำงานที่เป็นอิสระได้ด้วยตนเองแต่ยังคงต้องการความสามารถในการทำงานร่วมกับบุคคลอื่น ผู้ทำงานระดับหัวหน้างานมีความจำเป็นที่ต้องคล่องตัวในการเข้าหาทีมงานมากกว่าการรอเพียงทีมงานเข้าหา และแน่นอนว่าทุกองค์กรต้องเน้นทำให้ผู้ทำงานเกิดการ Continuous Learning เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ผู้ทำงานเกิดความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือกระทั่งรู้สึกไม่อยากออกไปทำงาน ซึ่งข้อมูลจาก Wiley พบว่า บริษัทมากกว่า 80% คิดว่าธุรกิจของตนมีความซับซ้อนมาก หรือ แม้นกระทั่งพนักงานในองค์กรก็รู้สึกว่างานที่พวกเขามีความซับซ้อน เข้าใจยาก ระดับความความเครียดเพิ่มสูงขึ้น หากพบว่ามีเพียง16%ของบริษัทที่มีโปรแกรมเพื่อช่วยพนักงานให้ทำงานได้ง่ายขึ้น หรือ ช่วยพนักงานบริหารจัดการกับความเครียด และข้อมูลนี้ยังพบว่ามีพนักงานถึง 40% ที่เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในการทำงานและมีชีวิตครอบครัวที่ดีไปพร้อมกันได้ ที่น่าตกใจที่สุดคือพบว่าจากทั่วโลกมีพนักงานเพียงแค่ 15% เท่านั้น ที่รู้สึกผูกพัน หรือ Engaged กับงานของพวกเขา

กัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์ ให้ความเห็นว่า ด้วยปัจจัยจากสภาพแวดล้อมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ ทำให้เกิดความเครียดและความกดดันกับคนทำงาน จะเห็นว่าผลการคาดหวังด้านการทำงาน มีผลต่อการสร้างความเครียด และความกดดัน ซึ่งหมายถึงว่า ระดับการทำงานที่ถูกคาดหวังมาก ยิ่งสร้างความกดดันสูงมากขึ้นเท่านั้นดังนั้น เรามักจะพบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่มีความเครียดในระดับที่“สูง” และก็มักจะ “ยุ่ง” จนแทบไม่มีเวลาเหลือสำหรับสิ่งใด ที่นอกเหนือไปจากงานการบริหารความเครียด และการทำให้ผู้ทำงานมีความสามารถในการบริหารจัดการความเครียด ย่อมส่งผลดีทั้งในระดับบุคคล ระดับสังคม และแน่นอน เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างการแข่งขันและเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ประสบความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อองค์กรธุรกิจและเข้ามาทดแทนแรงงานคนได้ในหลายสาขาอาชีพ อย่างไรก็ตาม “คน” ก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสำหรับองค์กร ซึ่งองค์กรควรให้ความสำคัญและลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรโดยเน้นเรื่อง “การเรียนรู้” ปรับทักษะ (re skill ) เปิดรับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ผู้ทำงานที่จะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องมีพฤติกรรมที่แสดงออก และนำไปสู่การกระทำที่ส่งผลถึงความสำเร็จให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมงานทางด้าน HR จะถูกกำหนดให้เป็น นักกลยุทธ์ และลงทุนในคนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Soft skillคนจะได้เปรียบ AI เพราะความสามารถทางด้านการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ การให้ความสำคัญในเรื่อง EQ การจัดการสภาวะทางอารมณ์ของผู้ทำงานจะเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากขึ้น องค์กรต้องเน้นในเรื่องของการสร้างพลังหรือสุขภาวะของร่างกายและจิตใจ Healthy Mind ที่มีส่วนในการสร้างความแข็งแกร่งของบุคคล เพื่อส่งผลไปถึงทีมงานให้มีHealthy Team หรือความสามารถในการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจภายใต้ความแตกต่างทางความรู้สึกนึกคิดและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันโดยปราศจากความกดดัน ความขัดแย้ง และนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรที่ยั่งยืนต่อไป

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเรา ในเรื่องของการพัฒนาโดยใช้หลักจิตวิทยา เราจึงวางโปรแกรมการพัฒนาในเรื่องการบริหารความเครียดสำหรับผู้บริหาร นี้ไว้หลายหลักสูตร และพร้อมเปิดตัวในปีหน้า อาทิ หลักสูตร CBT for Working People เน้นการเรียนรู้พลังงานภายในของตนเอง และการบริหารพลังเพื่อเสริมศักยภาพในการทำงาน พร้อมการประเมิน Energy Management profile ของผู้บริหารแต่ละท่าน ที่จะได้เรียนรู้สไตล์ และเทคนิคการปฏิบัติเฉพาะของตนเอง เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน เข้าใจระบบความคิดที่เป็นปัญหาของตนเอง เพิ่มสมดุลทางอารมณ์และความคิด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแกร่งของทั้งร่างกายและจิตใจ

และยังมีระดับ Advance โดยใช้เทคนิคMC speed up habit ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ มิสคอนซัลท์พร้อมทั้งการประเมินสุขภาพร่างกายของผู้บริหารBody analysis โดยเครื่องมือมาตรฐานทางการแพทย์ รวมทั้ง เทคนิค Hypnosis ที่ปรับสมดุลทางด้านจิตใจและร่างกายหรือโปรแกรมเฉพาะด้าน Executive Wellness / Mind Programming Coach for Executive / Top Management เป็นต้น เราคาดหวังว่า จะเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาสุขภาวะของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อผลสำเร็จขององค์กร หรือธุรกิจ กัลยา กล่าวสรุป

นอกจากนี้ มิสคอนซัลท์ยังได้ลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยสำหรับโปรแกรมที่มีมาตรฐานระดับสากล The Five BehaviorsTMและ Everything DiSC®ที่เรายังคงเน้นพัฒนาให้กับองค์กร อย่างต่อเนื่องและเป็นบริษัทเดียวที่สามารถให้ใบรับรองคุณวุฒิEverything DiSC® Workplace Certification จาก A Wiley Brand

ซึ่ง The Five BehaviorsTMเป็นโปรแกรมที่จะเข้ามาตอบโจทย์สมดุลการทำงาน ด้วยการสร้างวัฒนธรรมความเป็นทีมที่เหนียวแน่น ด้วยแบบประเมินที่จะทำให้เข้าใจ5 พฤติกรรมพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งได้ช่วยทำให้หลายองค์กรในระดับสากล ประสบความสำเร็จในการพัฒนาทีมผู้บริหารที่เหนียวแน่นมาแล้ว เช่น Microsoft, Amazon, CISCO,P & G เป็นต้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com