กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โชว์โครงการปี 62 อัพเลเวลธุรกิจครอบคลุมทุกระดับ พร้อมปักหมุดศูนย์ฯรัชดาภิเษก สู่บิสิเนสอะคาเดมี่แห่งใหม่ ครบในที่เดียว!

Last updated: Jan 9, 2019  |  54 จำนวนผู้เข้าชม  |  แวดวงข่าวตลาดและเศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โชว์โครงการปี 62 อัพเลเวลธุรกิจครอบคลุมทุกระดับ  พร้อมปักหมุดศูนย์ฯรัชดาภิเษก สู่บิสิเนสอะคาเดมี่แห่งใหม่ ครบในที่เดียว!

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งพัฒนาผู้ประกอบการไทยด้ วยนโยบาย “Local To Global” หรือ การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิ จให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก  จัดกิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ภายใต้แนวคิด “DNA ใหม่ SMEs ไทยก้าวไกลอย่างมั่นคง”   นอกจากนี้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ ายุคใหม่ หรือ NEA ยังได้เผยถึงการดำเนินงานของหน่ วยงานในปี 2562 ที่มุ่งยกระดับไปสู่การเป็ นอะคาเดมี่เพื่อพัฒนาผู้ ประกอบการที่ครบวงจร โดยอาศัยพื้นที่ถนนรัชดาฯ ซึ่งมีความสะดวกและเพียบพร้อมทั้ งการเดินทางที่สะดวกสบาย หลักสูตรและบริการที่ตอบทุ กความต้องการ รวมทั้งกิจกรรม/อบรมสัมมนาที่ มากกว่า 50 กิจกรรมตลอดปี  อาทิ การค้าออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ การเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม กิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ได้จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่ วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา  โดยคุณศรีริต้า เจนเซ่น ธุรกิจอาหารเสริม โดยคุณนาคร-กษมา ศิลาชัย ธุรกิจอาหารเสริม โดยดีเจเพชรจ้า ฯลฯ

นางบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่ างประเทศ  เปิดเผยว่า ในปี 2562 ถือเป็นอีกปีที่มีความเร่งด่ วนที่จะต้องพัฒนาผู้ ประกอบการไทย กรมฯจึงได้ดำเนินนโยบาย “Local To Global” ซึ่งมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กั บเศรษฐกิจภายในประเทศตั้งแต่ ระดับฐานรากและยกระดับผู้ ประกอบการธุรกิจให้เดินหน้าสู่ เวทีการค้าระดับโลก พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงการดำเนิ นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีการขั บเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเป็ นธรรมและเท่าเทียมในการทำธุรกิจ  ลดการผูกขาดหรืออำนาจเหนือตลาด เพิ่มศักยภาพและขี ดความสามารถการแข่งขันของผู้ ดำเนินธุรกิจ ตลอดจนสร้างโอกาสในการค้ าการลงทุนให้กับผู้ ประกอบการในต่างประเทศให้อยู่ ในระดับที่เข้มข้น

นางบรรจงจิตต์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่ าและรายใหม่ได้มีโอกาสเข้าถึ งงานบริการของกรมส่งเสริมการค้ าระหว่างประเทศให้ได้มากยิ่งขึ้ น ล่าสุดจึงได้มอบหมายให้สถาบันพั ฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA จัดกิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ภายใต้แนวคิด “ค้นหา DNA ใหม่ SMEs ไทยก้าวไกลอย่างมั่นคง” ขึ้น ซึ่งแนวคิด DNA นั้น สะท้อนแนวทางการสนับสนุนพัฒนาผู้ ประกอบการในทุกระดับที่ขณะนี้ อยู่ระหว่างกำลังดำเนิ นการและจะมีขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งประกอบด้วย

การพัฒนาด้าน Digital Economy กรมฯ ไม่เพียงมุ่งเน้นให้ผู้ ประกอบการมีความรู้และความเข้ าใจในเรื่องการค้าในรูปแบบเดิม แต่ยังมุ่งเน้นให้ผู้ ประกอบการได้ใช้ประโยชน์และเพิ่ มขีดความสามารถทางการแข่งขั นจากการทำธุรกิจผ่านทางออนไลน์ อีกด้วย ดังนั้น กรมฯ จึงเร่งดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ ประกอบการเพื่อการค้าทั้งรู ปแบบออฟไลน์และออนไลน์  โดยได้จัดตั้ง สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ ายุคใหม่(NEW Economy Academy) หรือ NEA เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ ประกอบการให้สามารถใช้ช่ องทางออนไลน์ในการประกอบธุรกิ จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาด้าน New Services ซึ่งเป็นการบริการในรูปแบบใหม่ ๆและเข้าถึงผู้ประกอบการได้ง่ ายขึ้น อาทิ 1169 DITP Call Center หน่วยงานบริการข้อมูลและความรู้ ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ ตอบทุกข้อสงสัยพร้อมทั้งแนะนำช่ องทางการทำการตลาดให้กับผู้ ประกอบการได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการที่จะช่วยเพิ่ มโอกาสการขยายตลาดให้กับผู้ ประกอบการไทยทุกระดับ การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิ จฐานรากผ่านทางออนไลน์ จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มการค้ าออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เว็บไซต์ thaitrade.com ซึ่งถือเป็นตลาดกลางพาณิชย์อิ เล็กทรอนิกส์แบบ B2B2c สำหรับผู้ ประกอบการไทยในการทำการค้าระหว่ างประเทศผ่านช่องทางที่หลากหลาย

การพัฒนาด้าน Accelerate หรือเครื่องมือในการเร่งความเร็ วให้กับผู้ประกอบการในการก้าวสู่ ตลาดการค้าระดับนานาชาติ ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้ งในและต่างประเทศ อาทิ โครงการ SME Pro active โครงการ TOP THAI BRAND ฯลฯ  เพื่อส่งเสริมให้ผู้ ประกอบการสามารถส่งออก พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสทางธุรกิ จใหม่ๆได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นตั วเลขทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่ างประเทศยังได้ร่วมมือกับองค์ กรเครือข่ายพันธมิตรที่มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้ าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และอีกหลากหลายหน่วยงาน ซึ่งจะร่วมผนึกกำลังเสริมสร้ างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ ใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆที่ จำเป็นกับการเสริมศั กยภาพการดำเนินธุรกิจ  ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านกฎระเบียบในการนำเข้า-ส่ งออก การจัดตั้งธุรกิจ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ในยุคดิจิทัล ฯลฯ 

ด้าน นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ ประกอบการการค้ายุคใหม่ เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ NEA ในปีนี้ได้ปรับบทบาทและภารกิ จในการส่งเสริมพัฒนาผู้ ประกอบการหลากหลายด้าน  โดยกำหนดให้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ ายุคใหม่  ( ถ.รัชดาภิเษก ) ศูนย์ฝึกอบรมหลักพร้อมด้วยคุ ณสมบัติของการมี Good Location สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย อยู่บนใจกลางเมือง และเป็นย่านที่แวดล้อมไปด้ วยแหล่งธุรกิจ Good Services บริการต่างๆที่ หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้ องการของผู้ประกอบการ Good Activitiesกิจกรรมการฝึกอบรม/การสัมมนาที่ เต็มไปด้วยอรรถประโยชน์ตลอดทั้ งปี และ Good Programme for Entrepreneur หลักสูตรส่งเสริมการค้าในยุคดิ จิทัล ที่จะได้เรียนรู้ ตลอดจนเป็นเสมือนจุดนัดพบระหว่ างผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่ า เจ้าหน้าที่ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ รวมถึงทีมงานมืออาชีพ ผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ให้สามารถแบ่งปันแนวความคิดหรื อทักษะในด้าน    ที่จำเป็น เพื่อให้เกิดกลยุทธ์การทำธุรกิ จใหม่ๆ ซึ่งมั่นใจว่า NEA รัชดาฯ จะเป็นอะคาเดมี่ที่ช่วยเติมเต็ มทุกเทคนิคทางธุรกิจได้อย่างเต็ มที่ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น และสามารถนำไปใช้ในทุกตลาดการค้ า

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่า NEA ได้ดำเนินกิจกรรมการอบรมและสั มมนาต่างๆ มากกว่า 150 กิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมล้วนแล้วแต่มี ความจำเป็นและครอบคลุมทุกเนื้ อหา ทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกตลาดที่ได้รับความนิยมสำหรั บผู้ประกอบการหน้าใหม่  ผู้บริหาร รวมไปถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และการสร้างเครือข่ายการค้า ฯลฯ ทั้งนี้ ยังผลักดันให้ผู้ประกอบการได้ มองในมุมที่กว้างขึ้น ตั้งแต่เศรษฐกิจในระดับจุ ลภาคไปจนถึงมหภาค เพื่อพร้อมก้าวสู่การเป็น Smart Enterprise ที่มีศักยภาพสูง และสำหรับในปี 2562 นี้ NEA ยังคงมุ่งเติมเต็มทุกความรู้ด้ านดิจิทัลให้ผู้ ประกอบการสามารถนำไปใช้ได้จริง อาทิ E-Commerce Week หลักสูตรครบเครื่องเรื่องการค้ าออนไลน์ กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิ ทัล การค้าออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ การเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ การส่งออกต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้ ผู้ประกอบการ และผู้มีความต้องก ารดำเนินธุรกิจใหม่เข้าร่วมกิ จกรรมให้ได้มากกว่า 1 แสนราย  พร้อมตอบโจทย์กับความต้ องการในตลาดโลกที่กำลังก้าวสู่ เศรษฐกิจยุคดิจิทัลได้มากขึ้น

สำหรับ กิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ได้จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่ วมงานจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา  โดยคุณศรีริต้า เจนเซ่น ธุรกิจอาหารเสริม โดยคุณนาคร-กษมา ศิลาชัย ธุรกิจอาหารเสริม โดยดีเจเพชรจ้า ฯลฯ 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com